ผู้ว่าฯสุราษฎร์ลงพื้นที่ ‘เกาะสมุย’ ติดตามปัญหาไฟฟ้าดับ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ‘เกาะสมุย’ ติดตามปัญหาไฟฟ้าดับ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ภายในสถานีไฟฟ้่า 1 บ้านพังกา ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอเกาะสมุย นายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช นายนพชาติ โปสกนิษฐกุล ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเกาะสมุย และนายปรีชารัตน์ แจ้งอักษร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย

ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากกรณีเกิดเหตุสายเคเบิ้ลใต้น้ำขนาด 115 กิโลโวลต์ จากสถานีไฟฟ้าอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช มายังสถานีไฟฟ้าเกาะสมุย 2 เกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้จากการชำรุด และเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่เกาะสมุย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบให้กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน เป็นวงกว้างนั้นล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ระดมรถโมบายที่ผลิตกระแสไฟฟ้ามาติดตั้งภายในสถานีไฟฟ้าเกาะสมุย 1จำนวน 4 คัน และที่เกาะพะงันจำนวน 2 คันในเบื้องต้น โดยเกาะพะงันได้นำรถโมบายผลิตกระแสไฟฟ้าจากเกาะเต่ามาสมทบ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบการจ่ายไฟ เพื่อลดปัญหาผลกระทบกับผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุดจากไฟฟ้าดับ

โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่า ปัญหาไฟฟ้าดับในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งจากการลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ปัญหาพบว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิได้นำรถโมบายจำนวน 4 คันเร่งติดตั้งเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า จากทั้งหมดที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้วางแผนไว้ที่จะนำรถโมบายจำนวน 18 คันเข้ามาเสริมในพื้นที่

ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้ไฟ ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งหาจุดและสาเหตุที่สายเคเบิ้ลไฟฟ้าชำรุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบที่มีเครื่องปั่นไฟช่วยเดินเครื่องทดแทนกระแสไฟฟ้าที่หายไป และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันประหยัดการใช้ไฟในช่วงดังกล่าวด้วย

ทางด้านนายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้สั่งการณ์ให้ทำการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงสูงมายังเกาะสมุยใช้ได้ตามปกติเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้นำรถโมบายผลิตกระไฟฟ้าทำการจ่ายเข้าระบบในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน เพื่อให้ส่งผลกระทบกับผู้ใช้ไฟน้อยที่สุด หากกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เตรียมแผนหมุนเวียนการดับไฟในบางพื้นที่เป็นช่วงเวลา

โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กำหนดตารางการดับไฟไว้คือ เวลา 17.00-19.00 น. จะทำการดับไฟพื้นที่บ้านปลายแหลมฝั่งถนนท้องทราย, บ้านแม่น้ำชุมชนบ้านเขาพระ ,ห้างโลตัสเฉวง เวลา 19.00-21.00 น. บ้านแม่น้ำฝั่งริมทะเล, บ้านบางรักษ์, บ้านปลายแหลม, บ้านเชิงมน, ถนนตลาดดาว ชุมชนบ้านแหลมดิน, ชุมชนบ้านเฉวงน้อย เวลา 21.00-23.00 น. หาดเฉวง เวลา 23.00-01.00 น. บ้านเชิงมน หลังเวลา 23.00 น. เข้าสู่การจ่ายไฟในภาวะปกติทุกพื้นที่ ทั้งนี้หากมีการใช้ไฟฟ้าอย่างเพียงพอจะไม่มีการดับไฟฟ้า ตามแผนที่แจ้งหากมีข้อสงสัยไฟฟ้าดับในพื้นที่สามารถโทรสอบถามได้ที่ Call Center 1129

จับนอมินีบริษัททัวร์จีน เบี้ยวเงินผู้ประกอบการเกาะสมุย

จับนอมินีบริษัทนำเที่ยวทัวร์จีน เบี้ยวเงินผู้ประกอบการเกาะสมุย สูญเงินไปกว่า 3 ล้านบาท เตรียมออกหมายจับเจ้าของบริษัทหลังหลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ร่วมกับ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับแถลงผลการจับกุมกรรมการบริษัทนำเที่ยวชื่อ โรแมนติก สมุย ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะสมุย โดยมีผู้ต้องหาคนไทยชื่อนายสมศักดิ์ บุรุษชาติ นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย ชาวจีน ถือวีซ่าเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นนักท่องเที่ยว เป็นนอมินีจดทะเบียนเปิดบริษัทนำเที่ยวให้กับนางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีน

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวกว่า 10 รายบนเกาะสมุย และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดนบริษัททัวร์จีนดังกล่าวเบี้ยวค่าจ้างและค่าบริการต่างๆ สูญเงินไปกว่า 3 ล้านบาท ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 4 ประจำพื้นที่เกาะสมุย ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเกาะสมุย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบ่อผุด และตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย

โดยลักษณะการทำทัวร์ของบริษัททัวร์จีนรายนี้ จะนำนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย ส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาทางสนามบินเกาะสมุยหรือสนามบินสุราษฎร์ธานี และจะว่าจ้างให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่เป็นผู้เสียหายรับหน้าที่ต่อ ซึ่งแต่ละ่ผู้ประกอบการจะเสียหายต่างกันค่าเดินทางกับเรือสปีดโบ๊ท ค่ารถขนส่ง ค่าทัวร์แบบซาฟารี ค่าร้านอาหาร และค่าโรงแรมที่พัก

แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินบริษัททัวร์จีนนี้ก็จะจ่ายเงินให้ไม่ครบตามจำนวน ผลัดผ่อนไปเรื่อยจนมียอดใหม่มาสูงเพิ่มขึ้นจนเต็มวงเงินที่จะให้ได้ แต่บริษัททัวร์จีนนี้ก็จะไปเปิดเครดิตกับบริษัทอื่นๆไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายไม่สามารถจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายได้ทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท

ต่อมากลุ่มผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ ทำให้นางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีนได้ไหวตัวเดินทางออกนอกประเทศไทย เหลือแต่เพียงผู้ต้องหา 3 คนที่เป็นกรรมการบริษัท แต่ทั้งหมดยังไม่ยอมรับสภาพหนีดังกล่าว จึงได้ร่วมตัวกันไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่รัฐให้ช่วยเร่งตรวจสอบบริษัททัวร์จีนนี้ที่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่านางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีนมีการเดินทางเข้าออกประเทศไทย แต่ภายหลังได้เบี้ยวค่าจ้างมาหลายบริษัทแล้วและมี การร้องเรียน ก็ไหวตัวเดินทางกลับเอาตัวรอดไปแล้วปล่อยให้กรรมการบริษัท 3 คนที่เป็นคนจีน 1 คน คนไทย 2 คนคอยดูแลบริษัทต่อ

แต่จากการสืบสวนพบว่าคนไทย 2 คนที่เป็นกรรมการบริษัทก่อนหน้านี้เป็นเพียงลูกจ้างได้ค่าจ้างเดือนละประมาณ1หมื่นบาท แต่ปีนี้มาจดทะเบียนเป็นเจ้าของกิจการมูลค่า 50 ล้าน หรือ 100 ล้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนไปถึงเส้นทางทางการเงิน และการเสียภาษี

สำหรับการหากินแบบนี้ในจังหวัดท่องเทียวสำคัญมีเยอะเช่นที่ภูเก็ต ซึ่งทางตำรวจท่องเที่ยว ถ้าปล่อยไปมาตรฐานความปลอดภัยจะล่มสลายหมด เราจึงจับมือกันกับประเทศเพื่อนบ้านให้สกัดกั้นขบวนการทำธุรกรรมแบบนี้ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย และนี้ถือเป็นเคสแรกที่เปลี่ยนจากทัวร์ศูนย์เหรียญมาจ้างคนไทยเป็นนอมินีเปิดบริษัททัวร์

ส่วนนายสมศักดิ์ บุรุษชาติ ผู้ต้องหาก็ให้การรับว่ารู้จักกับนางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีนมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 ถูกติดต่อว่าจ้างให้มาเป็นกรรมการบริษัท โรแมนติก สมุย จำกัด ตั้งแต่เดือนกุภาพันธ์ปีนี้ ได้ค่าจ้างเป็นค่าตำแหน่งเดือนละ 3 หมื่นบาท และจะมีเงินปันผลปลายปี

ที่ผ่านมาไ่ม่เคยคิดว่าจะมาเป็นนอมินีเปิดบริษัท รู้แต่เพียงว่าเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทโดยที่ไม่ต้องมีลงเงินลงทุนโ่ดยเป็นผู้บริหารมีเงินเดือนมีเงินปันผลปลายปีเท่านั้น ส่วนหนี้สินตนเองรับรู้แต่ไม่รู้จะใช้หนี้ยังไงเพราะเงินรายได้ของบริษัททุกบาทจะถูกโอนไปที่เจ้าของบริษัท ตนเองพยายามติดต่อไปหานางฉางเหยียน เหริน แล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา

ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายสมศักดิ์ บุรุษชาติ นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย ผู้ต้องหาว่า รับจ้างเป็นนอมินีเปิดบริษัทนำเที่ยวกระทำแทนโดยผิดเงื่อนไข พร้อมออกหมายจับนางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของชาวจีน เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป