ผบ.ตร.จ่อแถลงปมตำรวจกัมพูชาจับ ‘เสี่ยอ้วน’ บงการฆ่า ‘สปาย-ฟอส’ ศุกร์นี้

ผบ.ตร.จ่อแถลงปมตำรวจกัมพูชาจับ ‘เสี่ยอ้วน’ บงการฆ่า ‘สปาย-ฟอส’ ศุกร์นี้

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา สามารถติดตามจับกุมนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาบงการฆ่าสปาย-ฟอส ที่เขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรีได้แล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอยู่ระหว่างรับตัวเสี่ยอ้วนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ก็เป็นไปตามข่าวที่นำเสนอ ซึ่งเคยบอกไปก่อนหน้านี้ ว่าเสี่ยอ้วนมีสองทางให้เลือก คือทางตายกับทางตัน พรุ่งนี้ตนจะเดินทางไปภารกิจที่ภาคอีสาน และวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณบ่ายโมง จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

จับอดีตตำรวจ ผันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายา หลังถูกออกราชการคดีรับของโจร

จับอดีตตำรวจ อายุ 24 ปี ผันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายา หลังถูกออกราชการคดีรับของโจร
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 พ.ค.61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมตัว นายวิชัย หรือชัย กรัดกระยาง อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดระยอง พร้อมของกลางยาบ้า 390 เม็ด ยาไฮซ์ 4 กรัม พร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะโตโยต้า สีเทา ทะเบียน บฉ-7443 ระยอง และนายวิสุทธิศักดิ์ หรือเบส ตระการจันทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 90 กรัม พร้อมตรวจยึดรถ จยย.พีซีเอ็กซ์ สีฟ้า ทะเบียน 5 กภ-3155 กทม. ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน

 

เนื่องด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบทราบว่านายวิชัย ซึ่งอดีตเคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนถูกออกราชการการเนื่องจากโดนดำเนินคดีในข้อหารับของโจร จากนั้นได้ผันตัวเองมาลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ จึงทำการวางแผนล่อซื้อก่อนจับกุมที่บริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 102 บ้านชมดาวรีสอร์ท ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จากการสอบสวนนายวิชัยทราบว่า ยาเสพติดทั้งหมดรับมาจากนายวิสุทธิศักดิ์ จึงทำการขยายผลไปจับกุมได้ที่ ซ.ลาดพร้าว 41 แยก 4 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. พร้อมยาเสพติดจำนวนดังกล่าว

นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมตัวนายอมรเทพ จาสันเที๊ยะ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณห้องพักไม่มีเลขที่ ในเขตพื้นที่ ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เกาะสมุยฉาว! โวยผ่านเฟซบุ๊กขายของไม่ได้ แต่ถูกตำรวจเรียกเก็บส่วย

เกาะสมุยฉาว! โวยผ่านเฟซบุ๊กขายของไม่ได้ แต่ถูกตำรวจเรียกเก็บส่วย
วันนี้ (17 พ.ค. 61) มีรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพที่มีข้อความเขียนไว้ว่า จ่ายส่วยตำรวจ , 1.โรงพัก 2,000 (ตำรวจมาเก็บ) , 5. กองปราบ (กอง5) เล็ก (ดำเก็บ) , 15. สืบจังหวัด , 20. สืบกองปราบ จ่าไผ่ (ดำเก็บ) ในเพจ รวมพลฅนหมุย เพื่อระบายความรู้สึกหลังจากถูกคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดหน่วยงานหนึ่ง มาข่มขู่เรียกเก็บส่วย
และยังมีโพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “ถ้าพูดดีดีก็ไม่ว่า นี่มาเก็บกินเปล่า บอกลูกค้าไม่มีที่ก็ไม่สนใจเลย รู้บ้างไหมว่ารายจ่ายร้านเยอะแค่ไหนที่ต้องแบกรับ”

ทั้งนี้ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากที่โพสต์ได้ไม่นาน ข้อความดังกล่าวก็ถูกลบออกจากเพจ แต่จากข้อความ ชื่อหน่วยงาน และชื่อบุคคลตามรูปภาพนั้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ และมีตัวตนหรือไม่

ครอบครัวหัวร้อน ขอโทษตำรวจแล้ว ด้านชาวบ้านตะโกนลั่น ออกไป!!

ครอบครัวกร่าง เข้าขอโทษตำรวจ สภ.มาบตาพุดแล้ว ยอมรับผิดจากใจจริง ขณะที่ชาวบ้านฮือไล่ คนแบบนี้ชาวมาบตาพุดไม่ต้อนรับ
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพยอม แสงวันดี พร้อมด้วย น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล และลูกชาย ที่ถูกชาวโซเชียล ให้ฉายาว่า “ครอบครัวหัวร้อน” เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผู้กำกับการ สภ.มาบตาพุด https://bbet88.com เพื่อนำกระเช้าเข้าไปแสดงความขอโทษ

หลังบุตรชายได้ชกที่เบ้าตาของ ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รอง สารวัตรจราจร สภ.มาบตาพุด รวมทั้ง ขอโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด ที่ได้ล่วงเกินไปก่อนหน้านี้ โดย นายพยอม ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว ได้กล่าวขอโทษ และสำนึกผิดแล้ว กับการกระทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่โกรธที่สังคมประนาม ยอมรับผิดพร้อมขอให้ชาวระยองยกโทษ และ บุตรชายจะบวชหลังจากเสร็จคดี

ด้าน ร.ต.อ.วิทยา วุฒินันท์ รองสว.จราจร สภ.มาบตาพุด ที่ถูกชกเป้าตา ได้เปิดเผยว่า ยินดียกโทษ ให้อภัยไม่เคยคิดโกรธ เพราะเข้าใจว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ต่อไปให้ระวังอย่ากระทำอีก

ทั้งนี้รายงานระบุว่า หลังจากที่ครอบครัวหัวร้อนเดินทางกลับ ได้มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้พากันตะโกนขับไล่ครอบครัวดังกล่าวออกไปให้พ้นมาบตาพุดด้วย เนื่องจากการกระทำที่เกิดขึ้นยากที่จะรับได้

ชาวจังหวัดระยอง กว่า 70 คน เข้ามอบดอกไม้ให้กำลังใจ ร้อยตำรวจเอก วิทยา วุฒิพันธ์ รองสารวัตรจราจร และ พันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร (สภ.)มาบตาพุด จังหวัดระยอง หลังเกิดเหตุคลิปฉาว ที่ครอบครัวนายพยอม แสงวันดี, นางหทัยรัตน์ และนายอิทธิพล สมถวิล ต่อว่าตำรวจด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่ยอมให้ดำเนินการตามกฎหมาย ฐานจอดรถบริเวณจุดห้ามจอด ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด กระทั่งร้อยตำรวจเอก วิทยา ถูกนายอิทธิพล ชกบริเวณใบหน้า เมื่อ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดยพันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งสรุปสำนวนคดี ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 30 วัน จะส่งเรื่องให้อัยการ เพื่อส่งฟ้องศาล ส่วนกรณีแอบอ้างว่าเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือว่ามีความผิดชัดเจน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สำหรับกรณีที่ครอบครัวนี้ แจ้งความว่าถูกทำร้ายเช่นกันนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหลักฐานใบรับรองแพทย์ และคลิปที่ทางครอบครัวจะนำมามอบให้

ขณะที่มีรายงานว่า ในวันนี้ (16 พ.ค.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดัง จะพาครอบครัวนี้ นำกระเช้าเข้าขอโทษ พันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ / ร้อยตำรวจเอก วิทยา ตลอดจนตำรวจ สภ.มาบตาพุด อีกด้าน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีครอบครัวนี้ โดยขอให้สื่อมวลชนช่วยสั่งสอน ไม่ให้แสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจ เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามกฎหมาย ไม่ได้ไปรังแกอะไรทั้งสิ้น

จับตาย! วิสามัญ ‘น้อย เหล็กเพชร’ นักค้ายายิงตำรวจดับ

จับตาย! วิสามัญ ‘น้อย เหล็กเพชร’ นักค้ายายิงตำรวจดับ ลูกชาย ผกก.สภ.หนองคาย
วันนี้(12 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการวิสามัญ นายสุริยันต์ หรือ น้อย เหล็กเพชร อายุ 48 ปี ขณะทำการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่

บริเวณริมถนนสายพรมลี-ศรีสว่าง ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี หลังจากเหตุสงบลงจึงได้เข้าไปตรวจสอบพบร่าง นายสุริยันต์ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กลางถนน สวมเสื้อกันหนาวสีดำ กางเกงยีนส์ ถูกยิงเข้าท้องน้อยด้านหน้า 5 นัด และที่ด้านหลังตรงเอวด้านซ้าย 1 นัด พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ตกอยู่
สำหรับ นายสุริยันต์ เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ส.ต.อ.ศรัญ มุทาพร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการ 2 ตำรวจภูธร ภาค 4 ลูกชายของ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต และ ด.ต.ปราโมทย์ ทิพย์มงคล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเข้าทำการจับกุมตามหมายจับที่บริเวณแพปลา เขื่อนลำปาว เมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ตำรวจจ่อหมายเรียก ดาราโพสต์เหล้าเบียร์อีกกว่า 10 คน

ตำรวจจ่อหมายเรียก ดาราโพสต์เหล้าเบียร์อีกกว่า 10 คน

799937-01

ตำรวจ เผย 6 ดารา จ่อรับทราบข้อกล่าวหาโพสต์ภาพคู่แอลกอฮอล์ ก่อนวันที่ 6 สิงหาคม พร้อมเตรียมออกหมายเรียกอีก กว่า 10 คน

พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยถึงกรณีที่ออกหมายเรียกดารานักแสดง 6 คนโพสต์ภาพคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะโฆษณาเชิญชวน มาพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ว่าขณะนี้ยังไม่มีบุคคลใดเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ทนายความได้ประสานมา

เบื้องต้นแล้วว่าจะมาพบก่อนวันที่ 6 สิงหาคม เนื่องจากในวันดังอาจติดภารระกิจ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า โดยขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะสอบปากคำ หากรับสารภาพ ก็สามารถเปรียบเทียบปรับได้ โดย สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะเปรียบเทียบปรับจำนวนเท่าใด

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมออกหมายเรียกดารา หรือผู้มีชื่อเสียง ที่กระทำการในลักษณะดังกล่าว อีกมากกว่า 10 คน ซึ่งขณะนี้ สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ส่งหนังสือและรายชื่อบุคคลดังกล่าวมาให้อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งตำรวจก็ได้รับเรื่อง และเชิญผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการฯ มาให้ปากคำบางส่วนแล้ว ก่อนจะประชุมร่วมกัน แล้วออกหมายเรียกเป็นขั้นตอนต่อไป

ตำรวจรวบผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมาย 18 คดี

ตำรวจรวบผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมาย 18 คดี

799580-02

ตำรวจ รวบผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทั่วประเทศ มีหมายรวม 18 คดี ที่ จ.ปทุมธานี พบทำตัวเป็นคนมีสี

พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.กก.6บก.ป พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้เข้าจับกุมนายวันชัย อายุ 37 ปี ตามหมายจับผู้ต้องหาคดีหลอกลวงและฉ้อโกง โดยมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่กองปราบปรามเป็นจำนวนมาก มีมูลค่าทรัพย์สินที่เสียไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

และจากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 40/963 ภายในหมู่บ้านพฤกษาบี ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายวันชัย เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเรต ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ซึ่งนายวันชัย ได้พาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในห้องนอน เบื้องต้น ไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวเข้า กก.6บก.ป เพื่อสอบปากคำขยายผล

ด้าน พ.ต.อ. สมพงษ์ กล่าวว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง โดยทำตัวเป็นคนมีสีเข้าเคลียร์ปัญหาให้กับผู้เสียหายแต่ก็ไม่สามารถเคลียร์ให้ได้ โดยมีคนหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีจำนวนมาก ซึ่งก็มีผู้เสียทั่วไปบางรายก็ไม่กล้าเข้าแจ้งความเพราะกลัวตัวเองจะผิดตามไปด้วย สำหรับนายวันชัยนั้น มีหมายจับทั่วประเทศถึง 18 หมาย และก่อเหตุดังกล่าวมานาน 5 ปี จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในวันนี้ ต่อไปจะต้องขยายผลต่อว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง

อย่างไรก็ตาม นายวันชัย ยอมรับสารภาพว่าตนเองทำคนเดียวไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และขอโทษกับผู้เสียหายทุกคนพร้อมยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ