ทอ. แจ้งเหตุเครื่องบินขับไล่ตก ที่ จ.ตาก

กองทัพอากาศชี้แจง เหตุเครื่องบินขับไล่ตก ที่ จ.ตาก เผยเป็นเครื่องบินเก่าที่ใช้มานานแล้ว สั่งเร่งเก็บหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุ
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา พล.อ.ต. พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศhttps://bbet88.com ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์เครื่องบินไล่ไอพ่นแบบ L-39 ZA/ART ประจำการที่ฝูง 401 ตาคลี นครสวรรค์9ตกที่ จ.ตาก ระหว่างกำลังบินไปรวมกับฝูง 411 ที่เชียงใหม่

จนเป็นเหตุทำให้ นาวาอากาศตรี เกริกเกียรติ สุวรรณโณ นักบินที่ 2 เสียชีวิต ส่วนนาวาอากาศเอก จีรศักดิ์ นามวงษ์ศรี เป็นนักบินที่ 1 ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังและไหล่ขวา มีแผลฉีกขาดบริเวณคาง และกำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสามเงา จ.ตาก ว่า

เบื้องต้น พล.อ.อ. จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. รับทราบแล้ว และได้สั่งการให้คณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุเข้าพื้นที่ เพื่อเก็บหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียด ซึ่งเป็นการไปปฏิบัติภารกิจการฝึกบินเดินทางต่ำทางยุทธวิธีและการโจมตีทางอากาศ ทั้งนี้ เครื่องบิน L-39 เป็นเครื่องบินที่ใช้มานานแล้ว และใกล้ทยอยปลดประจำการ โดยจะมีเครื่องบิน T50 มาทดแทน เพื่อใช้ฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นต่อไป

ยอดจัดเก็บภาษีรถเขตกทม. เฉพาะเดือนเมษายน เก็บได้กว่า 659 ล้านบาท

กรมการขนส่งทางบก เผย! ยอดจัดเก็บภาษีรถประจำปีในเขตกรุงเทพมหานคร เฉพาะเดือนเมษายน 2561 สามารถจัดเก็บภาษีรถได้กว่า 659 ล้านบาท
นายจงรักษ์ กิจสำราญกุล รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึง ผลการจัดเก็บภาษีรถประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์เฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร ประจำเดือนเมษายน 2561 จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 659,624,144.62 บาท โดยการใช้บริการชำระภาษีรถประจำปีที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 ยังเป็นช่องทางที่ประชาชนนิยมใช้บริการมากที่สุด จำนวน 318,000 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 472,682,833.74 บาท

รองลงมาเป็นช่องทาง “เลื่อนล้อ ต่อภาษี (Drive Thru for Tax)” ชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถ จำนวน 51,119 ราย จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 93,391,124.39 บาท และการออกหน่วยเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในวันเสาร์ – อาทิตย์ ทั้ง 14 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว รามอินทรา รัชดาภิเษก บางปะกอก เพชรเกษม สุขาภิบาล3 อ่อนนุช แจ้งวัฒนะ สำโรง บางบอน สุวินทวงศ์ สมุทรปราการ บางใหญ่ และบางนา ตามโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)” มีประชาชนมาใช้บริการรวมทั้งสิ้น 35,070 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 51,667,392.17 บาท

และช่องทางการรับชำระภาษีรถที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/ มีผู้ใช้บริการ จำนวน 15,574 ราย สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 22,853,998.32 บาท ด้านการให้บริการรับชำระภาษีรถผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส มีผู้ใช้บริการจำนวน 7,808 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ 9,243,386 บาท

ส่วนที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคมเชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินที่ให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น. มีผู้มาใช้บริการจำนวน 6,593 ราย จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 8,097,267.22 บาท นอกจากนี้เป็นการรับชำระภาษีรถผ่านไปรษณีย์และบนโทรศัพท์มือถือ สามารถจัดเก็บภาษีรถรวมทั้งสิ้น 1,688,142.78 บาท

นายจงรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถเลือกใช้บริการชำระภาษีรถประจำปีได้หลากหลายช่องทางทั้งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/ ของกรมการขนส่งทางบก หรือผ่านระบบออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือทาง Application Truemoney Wallet, แอพพลิเคชั่น mPAY ทุกเครือข่ายสัญญาณซึ่งประชาชนสามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา

รวมถึงการออกหน่วยบริการรับชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีทั้ง 14 สาขา ในวันเสาร์-อาทิตย์ ตาม“ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)”, ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค, ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค (พัฒนาการ) และ ศูนย์บริการร่วม G-point (เซ็นทรัลเวิล์ด, เซ็นทรัลศาลายา, เซ็นทรัล Westgate)

ทั้งนี้เจ้าของรถสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ล่วงหน้าก่อนครบกำหนด 90 วัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอพพลิเคชั่น DLT eForm iFound หรือที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://www.dlt.go.th/ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

ครูสาวร้องไปรษณีย์บ่อวิน เหตุ 3 เดือนส่งครั้ง ซ้ำส่งผิดบ้านกว่า 40 ฉบับ

ครูสาวร้องไปรษณีย์บ่อวิน 3 เดือนส่งครั้ง ซ้ำยังส่งไปรษณีย์ผิดบ้านกว่า 40 ฉบับ วอนหน่วยงานเร่งแก้ไขด่วน
วันนี้ (20 พ.ค.61) ครูอ้อม (ขอสงวนชื่อและสกุล) ครูโรงเรียนแห่งในพื้นที่ ต.บ่อวิน และเป็นเจ้าของหอพัก JP อพาร์ทเม้นต์ เลขที่ 79 ม. 4 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำจดหมายกว่า 40 ฉบับที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์บ่อวินนำมาส่งมาผิดบ้านให้ผู้สื่อข่าวดู โดยครูอ้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าไปรษณีย์นำจดหมายและเอกสารที่สำคัญหลายรายการมาส่งกองไว้ที่อพาร์ทเม้นท์

หลังกลับจากสอนหนังสือก็พบจดหมาย 40 ฉบับ เมื่อหยิบขึ้นมาตรวจสอบมีของตนเองแค่ 8 ฉบับ นอกนั้นเป็นของคนอื่นทั้งหมด ซึ่งมีชื่ออยู่ใน ม.4 ต.บ่อวิน เหมือนกับตนเอง ผิดตรงบ้านเลขที่ ทำให้งงเป็นอย่างมาก ไม่รู้จะทำยังไงและจะต้องนำไปส่งให้ใคร ซึ่งตนไม่รู้จักบ้าน อีกทั้งเอกสารที่ส่งมาผิดล้วนเป็นเอกสารที่มีความสำคัญทั้งนั้น และยังล่าช้า 3 เดือนมาส่งครั้ง มาทีก็ 40 ฉบับ

อย่างไรก็ตาม อยากวอนถึงไปรษณีย์บ่อวิน ควรตรวจสอบและปรับปรุงระบบการให้บริการประชาชนให้ดีก่อนจะนำมาส่ง เมื่อไม่มีชื่อผู้รับย่อมเกิดความเสียหาย และน่าจะจัดคนที่รู้จักพื้นที่ในตำบลบ่อวินจริงๆ ไม่ใช่เอาคนที่อื่นมาส่งทำให้เสียหายทั้งระบบ

จับอดีตตำรวจ ผันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายา หลังถูกออกราชการคดีรับของโจร

จับอดีตตำรวจ อายุ 24 ปี ผันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายา หลังถูกออกราชการคดีรับของโจร
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 พ.ค.61 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมตัว นายวิชัย หรือชัย กรัดกระยาง อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดระยอง พร้อมของกลางยาบ้า 390 เม็ด ยาไฮซ์ 4 กรัม พร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะโตโยต้า สีเทา ทะเบียน บฉ-7443 ระยอง และนายวิสุทธิศักดิ์ หรือเบส ตระการจันทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 90 กรัม พร้อมตรวจยึดรถ จยย.พีซีเอ็กซ์ สีฟ้า ทะเบียน 5 กภ-3155 กทม. ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน

 

เนื่องด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบทราบว่านายวิชัย ซึ่งอดีตเคยรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนถูกออกราชการการเนื่องจากโดนดำเนินคดีในข้อหารับของโจร จากนั้นได้ผันตัวเองมาลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ จึงทำการวางแผนล่อซื้อก่อนจับกุมที่บริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 102 บ้านชมดาวรีสอร์ท ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จากการสอบสวนนายวิชัยทราบว่า ยาเสพติดทั้งหมดรับมาจากนายวิสุทธิศักดิ์ จึงทำการขยายผลไปจับกุมได้ที่ ซ.ลาดพร้าว 41 แยก 4 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. พร้อมยาเสพติดจำนวนดังกล่าว

นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมตัวนายอมรเทพ จาสันเที๊ยะ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณห้องพักไม่มีเลขที่ ในเขตพื้นที่ ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ตร.เตรียมออกหมายเรียก 7 ดารา ยังไม่มาแจงรีวิว ‘เมจิก สกิน’

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยเตรียมออกหมายเรียกรอบ 2 หาก 7 ดารายังไม่มาชี้แจงรีวิว ‘เมจิก สกิน’
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงกรณีออกหมายเรียก ดารา ศิลปิน ที่รีวิวสินค้าเมจิก สกิน เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมเมื่อวานนี้ (17 พ.ค.) โดยได้ออกหมายเรียกดารา ศิลปินทั้งหมด 7 ราย

ประกอบด้วย 1. ศรัณย์รัชต์ดีน หรือลีเดีย 2. อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา หรือ แพทตี้ 3. จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล หรือ มาร์ช 4. อภิษฎา เครือคงคา หรือ ไอซ์ 5. วิริฒิพา ภักดีประสงค์ หรือ วุ้นเส้น 6. พุฒิชัย เกษตรสิน หรือดีเจพุฒ 7. กนกฉัตร มรรยาทอ่อน หรือ ไต้ฝุ่น ซึ่งตามหมายเรียกแล้วดาราทั้ง 7 ราย จะต้องเดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้ แต่ปรากฏว่าไม่มีดารา ศิลปินรายใดเดินทางมาเข้าพบหรือติดต่อเจ้าหน้าที่เข้ามา

เบื้องต้นขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เตรียมทำการออกหมายเรียกดารา ศิลปินทั้ง 7 ราย ให้เข้าพบอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งชุดนี้ถือเป็นชุดแรก และเป็นคนละส่วนกับที่จะให้เดินทางเข้าพบในวันที่ 26 พ.ค. นี้

เกาะสมุยฉาว! โวยผ่านเฟซบุ๊กขายของไม่ได้ แต่ถูกตำรวจเรียกเก็บส่วย

เกาะสมุยฉาว! โวยผ่านเฟซบุ๊กขายของไม่ได้ แต่ถูกตำรวจเรียกเก็บส่วย
วันนี้ (17 พ.ค. 61) มีรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพที่มีข้อความเขียนไว้ว่า จ่ายส่วยตำรวจ , 1.โรงพัก 2,000 (ตำรวจมาเก็บ) , 5. กองปราบ (กอง5) เล็ก (ดำเก็บ) , 15. สืบจังหวัด , 20. สืบกองปราบ จ่าไผ่ (ดำเก็บ) ในเพจ รวมพลฅนหมุย เพื่อระบายความรู้สึกหลังจากถูกคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดหน่วยงานหนึ่ง มาข่มขู่เรียกเก็บส่วย
และยังมีโพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “ถ้าพูดดีดีก็ไม่ว่า นี่มาเก็บกินเปล่า บอกลูกค้าไม่มีที่ก็ไม่สนใจเลย รู้บ้างไหมว่ารายจ่ายร้านเยอะแค่ไหนที่ต้องแบกรับ”

ทั้งนี้ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากที่โพสต์ได้ไม่นาน ข้อความดังกล่าวก็ถูกลบออกจากเพจ แต่จากข้อความ ชื่อหน่วยงาน และชื่อบุคคลตามรูปภาพนั้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ และมีตัวตนหรือไม่

ครอบครัวหัวร้อน ขอโทษตำรวจแล้ว ด้านชาวบ้านตะโกนลั่น ออกไป!!

ครอบครัวกร่าง เข้าขอโทษตำรวจ สภ.มาบตาพุดแล้ว ยอมรับผิดจากใจจริง ขณะที่ชาวบ้านฮือไล่ คนแบบนี้ชาวมาบตาพุดไม่ต้อนรับ
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพยอม แสงวันดี พร้อมด้วย น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล และลูกชาย ที่ถูกชาวโซเชียล ให้ฉายาว่า “ครอบครัวหัวร้อน” เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผู้กำกับการ สภ.มาบตาพุด https://bbet88.com เพื่อนำกระเช้าเข้าไปแสดงความขอโทษ

หลังบุตรชายได้ชกที่เบ้าตาของ ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รอง สารวัตรจราจร สภ.มาบตาพุด รวมทั้ง ขอโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด ที่ได้ล่วงเกินไปก่อนหน้านี้ โดย นายพยอม ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว ได้กล่าวขอโทษ และสำนึกผิดแล้ว กับการกระทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่โกรธที่สังคมประนาม ยอมรับผิดพร้อมขอให้ชาวระยองยกโทษ และ บุตรชายจะบวชหลังจากเสร็จคดี

ด้าน ร.ต.อ.วิทยา วุฒินันท์ รองสว.จราจร สภ.มาบตาพุด ที่ถูกชกเป้าตา ได้เปิดเผยว่า ยินดียกโทษ ให้อภัยไม่เคยคิดโกรธ เพราะเข้าใจว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ต่อไปให้ระวังอย่ากระทำอีก

ทั้งนี้รายงานระบุว่า หลังจากที่ครอบครัวหัวร้อนเดินทางกลับ ได้มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้พากันตะโกนขับไล่ครอบครัวดังกล่าวออกไปให้พ้นมาบตาพุดด้วย เนื่องจากการกระทำที่เกิดขึ้นยากที่จะรับได้

ชาวจังหวัดระยอง กว่า 70 คน เข้ามอบดอกไม้ให้กำลังใจ ร้อยตำรวจเอก วิทยา วุฒิพันธ์ รองสารวัตรจราจร และ พันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร (สภ.)มาบตาพุด จังหวัดระยอง หลังเกิดเหตุคลิปฉาว ที่ครอบครัวนายพยอม แสงวันดี, นางหทัยรัตน์ และนายอิทธิพล สมถวิล ต่อว่าตำรวจด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่ยอมให้ดำเนินการตามกฎหมาย ฐานจอดรถบริเวณจุดห้ามจอด ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด กระทั่งร้อยตำรวจเอก วิทยา ถูกนายอิทธิพล ชกบริเวณใบหน้า เมื่อ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดยพันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งสรุปสำนวนคดี ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 30 วัน จะส่งเรื่องให้อัยการ เพื่อส่งฟ้องศาล ส่วนกรณีแอบอ้างว่าเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือว่ามีความผิดชัดเจน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สำหรับกรณีที่ครอบครัวนี้ แจ้งความว่าถูกทำร้ายเช่นกันนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหลักฐานใบรับรองแพทย์ และคลิปที่ทางครอบครัวจะนำมามอบให้

ขณะที่มีรายงานว่า ในวันนี้ (16 พ.ค.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความชื่อดัง จะพาครอบครัวนี้ นำกระเช้าเข้าขอโทษ พันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ / ร้อยตำรวจเอก วิทยา ตลอดจนตำรวจ สภ.มาบตาพุด อีกด้าน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีครอบครัวนี้ โดยขอให้สื่อมวลชนช่วยสั่งสอน ไม่ให้แสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจ เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามกฎหมาย ไม่ได้ไปรังแกอะไรทั้งสิ้น

เกิดเหตุไหม้ในโรงงานทอผ้าเขตอำพานทอง จ.ชลบุรี

เกิดเหตุไหม้ในโรงงานทอผ้าเขตอำพานทอง จ.ชลบุรี หลังคาถล่มได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถที่จะประเมินได้
เมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.จารึก โพธิ์ทอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.พานทอง ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้โรงงาน จึงทำการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงษ์ แล้วรุดไปตรวจสอบทันที พบเป็นบริษัทฟีน่า สปินนิ่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 88/5 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองหงษ์ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี รถดับเพลิงในพื้นที่ และพื้นที่ข้างเคียง จำนวน กว่า 15 คัน ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
แต่ก็ไม่สามารถระงับเพลิงไหม้ได้ เนื่องจากเป็นโรงงานทอผ้า ที่วัสดุติดไฟได้ง่าย ทำให้หลังคาถล่มลงมา ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถามนายดุษฎี ประชานัน อายุ 39 ปี กับนายผดุง เพชรวิเศษ ช่างเครื่องทอผ้า เผยว่าระหว่างเข้างานปกติเช็คเครื่องอยู่ได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงระเบิดจึงรีบวิ่งมาดูว่าเห็นไฟกำลังลุกไหม้กล่องตู้ควบคุมไฟแล้วลามมาหาเศษผ้าที่กองอยู่อย่างรวดเร็วจึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที แต่ก็ไม่สามารถระงับได้ทับ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การสันนิฐาน อาจเกิดจากไฟฟ้ารัดวงจร แต่ก็จะทำการหาหลักฐานเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่แน่ชัด พร้อมทำการนำพนักงานโรงงานที่ทำงานทั้งหมดมาสอบสวน ว่ามีการดูดบุหรี่แล้วทิ้งลงที่เกิดเหตุหรือไม่ ส่วนความประเมินค่าเสียหาย คงต้องให้ทางผู้เชี่ยวชาญของโรงงานเป็นผู้ไปตรวจสอบต่อไป

พระโคกินน้ำ-หญ้า-เหล้า ทำนายว่าน้ำท่าบริบูรณ์ เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในหลวงเสด็จฯ พระราชพิธีพืชมงคล พระโคกินน้ำ- หญ้า-เหล้า ทำนายว่าน้ำท่าบริบูรณ์ เศรษฐกิจรุ่งเรือง
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 พ.ค.) เวลา 07.19 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูสวัสดิโสภา ถนนสนามไชย ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แล้วเดินขบวนอิสริยยศแห่ไปที่โรงพิธีพราหมณ์ จุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้ว จะได้ตั้งสัตยาอธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกายไว้พร้อม

ต่อมาเวลา 08.30 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาท้องสนามหลวง ระหว่างเวลาฤกษ์ 08.29 -09.19 น. นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลักกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์ นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมเเอก หรือ พระโคพอ พระโคเพียง พระยาแรกนาเจิมพระโคและไถ แล้วจึงไถดะไปโดยรี 3 รอบ

โดยขวาง 3 รอบ หว่านธัญพืช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เจ้าพนักงานปลดพระโคพอ พระโคเพียง พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโคประกอบไปด้วย ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา เหล้า น้ำ หญ้า

โดยพระโคพอ และพระโคเพียง กินน้ำ หญ้า เหล้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และถ้าพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ต่อมาโหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสร็จแล้วจะได้แห่พระยาแรกนาเป็นขบวนอิสริยยศจากโรงพิธีพราหมณ์ และพระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคมแล้ว เข้าขบวนไปขึ้นรถยนต์หลวง แล้วไปยังแปลงนาสาธิต สวนจิตรลดา และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ กลับ

จับตาย! วิสามัญ ‘น้อย เหล็กเพชร’ นักค้ายายิงตำรวจดับ

จับตาย! วิสามัญ ‘น้อย เหล็กเพชร’ นักค้ายายิงตำรวจดับ ลูกชาย ผกก.สภ.หนองคาย
วันนี้(12 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการวิสามัญ นายสุริยันต์ หรือ น้อย เหล็กเพชร อายุ 48 ปี ขณะทำการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่

บริเวณริมถนนสายพรมลี-ศรีสว่าง ต.หนองบัว อ.หนองกุงศรี หลังจากเหตุสงบลงจึงได้เข้าไปตรวจสอบพบร่าง นายสุริยันต์ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กลางถนน สวมเสื้อกันหนาวสีดำ กางเกงยีนส์ ถูกยิงเข้าท้องน้อยด้านหน้า 5 นัด และที่ด้านหลังตรงเอวด้านซ้าย 1 นัด พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ตกอยู่
สำหรับ นายสุริยันต์ เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ส.ต.อ.ศรัญ มุทาพร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการ 2 ตำรวจภูธร ภาค 4 ลูกชายของ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต และ ด.ต.ปราโมทย์ ทิพย์มงคล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเข้าทำการจับกุมตามหมายจับที่บริเวณแพปลา เขื่อนลำปาว เมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา