ผบ.ตร.จ่อแถลงปมตำรวจกัมพูชาจับ ‘เสี่ยอ้วน’ บงการฆ่า ‘สปาย-ฟอส’ ศุกร์นี้

ผบ.ตร.จ่อแถลงปมตำรวจกัมพูชาจับ ‘เสี่ยอ้วน’ บงการฆ่า ‘สปาย-ฟอส’ ศุกร์นี้

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา สามารถติดตามจับกุมนายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาบงการฆ่าสปาย-ฟอส ที่เขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรีได้แล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยอยู่ระหว่างรับตัวเสี่ยอ้วนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ก็เป็นไปตามข่าวที่นำเสนอ ซึ่งเคยบอกไปก่อนหน้านี้ ว่าเสี่ยอ้วนมีสองทางให้เลือก คือทางตายกับทางตัน พรุ่งนี้ตนจะเดินทางไปภารกิจที่ภาคอีสาน และวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณบ่ายโมง จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

สทนช. สั่งเฝ้าระวัง ‘เบบินคา’ จัดทำแผนระบายน้ำในอ่างลดความเสี่ยง

สทนช. สั่งเฝ้าระวัง พายุโซนร้อน “เบบินคา” ที่มีผลทำให้ฝนตกหนัก 14-19 ส.ค. นี้ จัดทำแผนการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ลดความเสี่ยง

วันนี้ (14 ส.ค. 61) ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครั้งที่ 4/2561 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน ว่า ที่ประชุมได้มีการสรุปผลและกำหนดทิศทางการดำเนินงานของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ

ภายหลังจากการจัดตั้งศูนย์ฯ ขึ้นมาเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ เพื่ออำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ติดตาม วิเคราะห์แนวโน้ม ควบคุม กำกับดูแล และ บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ

โดยมีมติให้ตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ที่ประจำศูนย์ฯ ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ผลและร่วมกันสรุปให้ได้ข้อมูลชุดเดียวในการบริหารจัดการน้ำ และใช้เป็นฐานข้อมูลเดียวกันในการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนหรือช่องทางของหน่วยงานต่างๆให้ประชาชนรับทราบทันต่อสถานการณ์

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการกำหนดพื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่วิกฤติ พร้อมทั้งจะมีการคาดการณ์ปริมาณฝน ล่วงหน้า 3 วัน เพื่อระบุพื้นที่ฝนตกหนักระดับอำเภอ รวมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำได้แก่ ปริมาณน้ำไหลเข้า ปริมาณน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้น

และจัดทำแผนการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ จัดทำมาตรการเตรียมความพร้อมลดความเสี่ยงอุทกภัย กรณีการระบายน้ำฉุกเฉินของอ่างเก็บน้ำและกรณีเขื่อนวิกฤติ ตลอดจนสำรวจความแข็งแรงของเขื่อน และสร้างการรับรู้ภาคประชาชนต่อเนื่อง

ส่วนการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) และมีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเขื่อนนั้น ๆ เฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการน้ำเพื่อรับน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้น

โดยให้จัดทำแผนเผชิญเหตุ แผนระบายน้ำเช่นเดียวกันกับกรณีของเขื่อนแก่งกระจาน โดยทั้งนี้ขอให้มีการรายงานสถานการณ์น้ำแยกเป็น รายวัน กรณีปกติ ราย 3 ชั่วโมง กรณีเกินเกณฑ์ระดับควบคุมอ่างเก็บน้ำ รายชั่วโมง กรณีน้ำล้นทางระบายน้ำล้น รวมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำได้แก่ ปริมาณน้ำไหลเข้า ปริมาณน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้น แผนการระบายน้ำ อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่มาประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง

เลขาธิการ สทนช. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้สรุปสถานการณ์น้ำล่าสุดว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศว่า พายุดีเปรสชันบริเวณชายฝั่งของประเทศจีนตอนใต้ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) คาดว่า จะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 15-16 สิงหาคม 2561

จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 4 เมตร จากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำในเขื่อน และในแม่น้ำสายสำคัญในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีระดับน้ำน้อย ภาคกลางและใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก ส่วนแม่น้ำโขง แม้ขณะนี้จะมีระดับน้ำลดลงต่ำกว่าตลิ่งแต่ก็จะเพิ่มขึ้นได้หากไม่ฝนตกหนัก ซึ่งได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามในส่วนของลุ่มน้ำเพชรบุรี จะมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนแก่งกระจาน และไหลผ่านทางระบายน้ำล้น (Spillway) ลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี มีแนวโน้มลดลงตามการระบายน้ำจากเขื่อน

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ยังคงเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่งที่มีปริมาณน้ำ ในอ่างเก็บน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ คือ เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี

รวมถึงอ่างขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำ 100% ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสำคัญ ๆ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญลำน้ำสายหลักเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่ฝนตกน้อยส่งผลให้แม่น้ำมูลตอนบนมีระดับน้ำต่ำ

สำหรับภาคกลางและภาคใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก ด้านแม่น้ำโขง ขณะนี้มีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง เนื่องจากปริมาณน้ำจากประเทศลาวไหลลงแม่น้ำโขงลดลง แต่มีแนวโน้มอาจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “เบบินคา” สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่

ริมแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี แม่น้ำกระบุรี บริเวณ อ.กระบุรี อ.ละอุ่น และ อ.เมืองระนอง จังหวัดระนอง แม่น้ำตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และพื้นที่เฝ้าระวังจากการเร่งระบายน้ำ

กทม. เชื่อมต่อ 3 สวนสาธารณะรวมเป็นอุทยานสวนจตุจักร

กทม. เชื่อมต่อ 3 สวนสาธารณะรวมเป็นอุทยานสวนจตุจักร เผยคืบหน้าแล้ว 75% พร้อมเปิดให้บริการประชาชน 15 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.61 ที่ผ่านมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนวชิรเบญจทัศ และสวนจตุจักร งานปรับปรุงสวนสมเด็จย่า 84 เขตจตุจักร งานปรับปรุงสวนรามอินทรา เขตบางเขน

ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครสีเขียว สะดวกสบาย” ที่มีเป้าหมายให้กรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวกระจายครอบคลุมทั่วมุมเมือง ประชาชนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีวิถีชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตจตุจักร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีพื้นที่ 196 ไร่ สวนวชิรเบญจทัศ มีพื้นที่ 375 ไร่ และสวนจตุจักร มีพื้นที่ 155 ไร่ เมื่อรวมสวนสาธารณะทั้ง 3 แห่งเข้าด้วยกันแล้ว จะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 727 ไร่

ผลงานที่ดำเนินการ ประกอบด้วย งานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 1 สวนวชิรเบญจทัศกับสวนจตุจักร ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของโครงการ โดยปรับปรุงลานทางเดินเชื่อม 2 สวน ด้วยวิธีการยกระดับผิวจราจรถนนกำแพงเพชร 3 ให้เสมอทางเท้าทั้ง 2 ฝั่ง ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว งานวางเหล็กพื้นลานทางเชื่อมฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 45% งานเทพื้นลานทางเชื่อมฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 65% และงานก่อสร้างลานทางเชื่อมฝั่งสวนจตุจักร ได้ผลงาน 85% คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 10 ก.ย.61

งานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 2 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กับสวนจตุจักร โดยปรับปรุงลานทางเดินเชื่อม 2 สวน ด้วยวิธีการยกระดับผิวจราจร ให้เสมอทางเท้าทั้ง 2 ฝั่ง เช่นเดียวกับลานทางเชื่อมสวนบริเวณสวนวชิรเบญจทัศกับสวนจตุจักร งานรื้อทางเท้าถนนกำแพงเพชร 3 ฝั่งสวนจตุจักรแล้วเสร็จ งานก่อสร้างพื้นลานฝั่งสวนจตุจักร ได้ผลงาน 70% งานรื้อทางเดินเดิมฝั่งสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้ผลงาน 30% คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 10 ก.ย.61

และงานปรับปรุงทางเชื่อมจุดที่ 3 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กับสวนวชิรเบญจทัศ โดยการปรับปรุงสะพานข้ามคูน้ำเดิมให้สวยงาม พร้อมทั้งออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเชิงสะพานทั้ง 2 ฝั่งให้เรียบร้อยและสวยงาม งานขยายพื้นที่ลานฝั่งสวนวชิรเบญจทัศ ได้ผลงาน 95% งานก่อสร้างกำแพงดินแล้วเสร็จ คาดจะแล้วเสร็จวันที่ 20 ส.ค.61 สำหรับผลงานโครงการปรับปรุงทางเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่ง โดยรวมแล้วคืบหน้า 75% คาดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประชาชนในวันที่ 15 ก.ย.61

“สวนสาธารณะแต่ละแห่งจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแห่งอยู่แล้ว อย่างเช่น สวนจตุจักร จะเป็นสวนวรรณคดี สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ สวนวชิรเบญจทัศ จะเป็นสวนครอบครัว และสวนสมเด็จย่า 84 จะเป็นสวนแห่งความสามัคคี เนื่องจากการก่อสร้างสวนสาธารณะแต่ละแห่งในอดีตจะมีประวัติความเป็นมา ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสวนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามภายหลังจากเปิดให้บริการประชาชนมาเป็นระยะเวลานาน ความชำรุดทรุดโทรมย่อมเกิดขึ้น การปรับปรุงสวนสาธารณะจึงเป็นการปรับปรุงเพื่อประโยชน์ใช้สอย อำนวยความสะดวก และความปลอดภัยแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ แต่เอกลักษณ์ของแต่ละสวนจะคงอยู่ดังเดิม ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้าย

ไฟไหม้ชุมชนภายในซอยเพชรเกษม 4 เสียหาย 16 หลัง

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยเพชรเกษม 4 พื้นที่เขตบางกอกใหญ่ เสียหาย 16 หลัง

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 10 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยเพชรเกษม 4 พื้นที่เขตบางกอกใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนเสียหายไปทั้งหมด 16 หลัง

โดยทั้งหมดมีลักษณะเป็นบ้านไม้ตั้งอยู่ติดกันบนที่ดินของวัดสังข์กระจาย จากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและมีข้าวของได้รับความเสียหายจำนวนมาก ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้เจ้าหน้าที่คาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร ขณะนี้สามารถตรวจพบบ้านต้นเพลิงและนำตัวเจ้าของบ้านไปสอบสวนแล้ว

ผู้ว่าฯสุราษฎร์ลงพื้นที่ ‘เกาะสมุย’ ติดตามปัญหาไฟฟ้าดับ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ‘เกาะสมุย’ ติดตามปัญหาไฟฟ้าดับ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ภายในสถานีไฟฟ้่า 1 บ้านพังกา ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอเกาะสมุย นายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช นายนพชาติ โปสกนิษฐกุล ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอเกาะสมุย และนายปรีชารัตน์ แจ้งอักษร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย

ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากกรณีเกิดเหตุสายเคเบิ้ลใต้น้ำขนาด 115 กิโลโวลต์ จากสถานีไฟฟ้าอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช มายังสถานีไฟฟ้าเกาะสมุย 2 เกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้จากการชำรุด และเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่เกาะสมุย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบให้กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน เป็นวงกว้างนั้นล่าสุดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ระดมรถโมบายที่ผลิตกระแสไฟฟ้ามาติดตั้งภายในสถานีไฟฟ้าเกาะสมุย 1จำนวน 4 คัน และที่เกาะพะงันจำนวน 2 คันในเบื้องต้น โดยเกาะพะงันได้นำรถโมบายผลิตกระแสไฟฟ้าจากเกาะเต่ามาสมทบ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบการจ่ายไฟ เพื่อลดปัญหาผลกระทบกับผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุดจากไฟฟ้าดับ

โดยนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่า ปัญหาไฟฟ้าดับในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งจากการลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ปัญหาพบว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิได้นำรถโมบายจำนวน 4 คันเร่งติดตั้งเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า จากทั้งหมดที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้วางแผนไว้ที่จะนำรถโมบายจำนวน 18 คันเข้ามาเสริมในพื้นที่

ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้ไฟ ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งหาจุดและสาเหตุที่สายเคเบิ้ลไฟฟ้าชำรุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบที่มีเครื่องปั่นไฟช่วยเดินเครื่องทดแทนกระแสไฟฟ้าที่หายไป และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันประหยัดการใช้ไฟในช่วงดังกล่าวด้วย

ทางด้านนายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้สั่งการณ์ให้ทำการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงสูงมายังเกาะสมุยใช้ได้ตามปกติเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้นำรถโมบายผลิตกระไฟฟ้าทำการจ่ายเข้าระบบในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน เพื่อให้ส่งผลกระทบกับผู้ใช้ไฟน้อยที่สุด หากกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เตรียมแผนหมุนเวียนการดับไฟในบางพื้นที่เป็นช่วงเวลา

โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กำหนดตารางการดับไฟไว้คือ เวลา 17.00-19.00 น. จะทำการดับไฟพื้นที่บ้านปลายแหลมฝั่งถนนท้องทราย, บ้านแม่น้ำชุมชนบ้านเขาพระ ,ห้างโลตัสเฉวง เวลา 19.00-21.00 น. บ้านแม่น้ำฝั่งริมทะเล, บ้านบางรักษ์, บ้านปลายแหลม, บ้านเชิงมน, ถนนตลาดดาว ชุมชนบ้านแหลมดิน, ชุมชนบ้านเฉวงน้อย เวลา 21.00-23.00 น. หาดเฉวง เวลา 23.00-01.00 น. บ้านเชิงมน หลังเวลา 23.00 น. เข้าสู่การจ่ายไฟในภาวะปกติทุกพื้นที่ ทั้งนี้หากมีการใช้ไฟฟ้าอย่างเพียงพอจะไม่มีการดับไฟฟ้า ตามแผนที่แจ้งหากมีข้อสงสัยไฟฟ้าดับในพื้นที่สามารถโทรสอบถามได้ที่ Call Center 1129

‘กรมชลประทาน’ สรุปสถานการณ์อุทกภัย เฝ้าระวัง 3 จังหวัด

กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์อุทกภัย พร้อมสั่งเฝ้าระวัง 3 จังหวัด ที่อาจส่งผลให้มีน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง

ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อํานาจเจริญ และ บึงกาฬ (อุทกภัยริมลําน้ําโขง 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ อุบลราชธานี และบึงกาฬ) เข้าสู่ภาวะปกติ 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองคาย สถานการณ์เฝ้าระวัง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

สถานการณ์อุทกภัย

1. จังหวัดยโสธร ปัจจุบันมีพื้นที่น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรลุ่มตํ่า 5 อําเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ไทยเจริญ อ.ป่าติ้ว อ.กุดชุม และอ.คำเขื่อนแก้ว รวมพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 12,598 ไร่ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ จํานวน 2 เครื่อง

ลุ่มน้ําลําเซบาย (07.00 น.) สถานี M.32 อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.55 ม. แนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สถานี M.179A อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.12 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น

ลุ่มนํ้าชี (07.00 น.) สถานี E.2A อ.เมือง จ.ยโสธร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.28 ม. แนวโน้มทรงตัว สถานี E.20A อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.05 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น

2. จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่นำท่วมรวม 2 อําเภอ ได้แก่ อ.เสลภูมิ 17,934 ไร่ และอ.โพนทอง 10,296 ไร่ รวม 28,230 ไร่ และได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจํานวน 3 เครื่อง ปัจจุบันลําน้ำยัง สถานี E.92 (06.00 น) อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.38 ม. แนวโน้มลดลง

3. จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากเขื่อนลําปาวได้มีการเพิ่มการระบายน้ำจํานวน 5 อําเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ อ.ดอนจาน และ อ.ฆ้องไชย พื้นที่ประสบอุทกภัยรวมประมาณ 7,600 ไร่

4. จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่น้ำท่วมจํานวน รวม 6 อําเภอประกอบด้วย อ.นาตาล อ.เขื่องใน อ.เขมราฐ อ.โพธิ์ไทร อ.โขงเจียม และ อ.ศรีเมืองใหม่ รวมพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 6,526 ไร่ ปัจจุบันลุ่มน้ำชีสถานี E.98 (07.00 น.) อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.46 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น

5. จังหวัดนครพนม มีพื้นที่นํ้าท่วมรวม 12 อําเภอ ได้แก่ อ.ท่าอุเทน อ.ธาตุพนม อ.บ้านแพง อ.เมือง อ.โพนสวรรค์ อ.ปลากปลา อ.เรณูนคร อ.นาแก อ.วังยาง อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า และ อ.นาทม (แบ่งเป็นริมโขง 4 อําเภอ ได้แก่ อ.บ้านแพง อ.เมือง อ.ธาตุพนม และอ.ท่าอุเทน) รวมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 176,855 ไร่ คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 7 วัน โดยโครงการชลประทานนครพนมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำห้วยแคน อ.ธาตุพนม และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่องที่ ปตร.ธรณิศนฤมิต (ลําน้ำก่ำ)

สลด!! กระบะเบรกแตกเสียหลักตกเขาบาดเจ็บ 9 และเสียชีวิต 2

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเบรกแตกเสียหลักตกไหล่ถนน บริเวณถนนหมายเลข 1251 บ้านสระ-บ่อเบี้ย จ.พะเยา บาดเจ็บ 9 ราย และเสียชีวิต 2 ราย

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ภัย ดอยภูนาง จ.พะเยา รับแจ้งขอความช่วยเหลือเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเบรกแตกเสียหลักตกไหล่ถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณถนนหมายเลข 1251 บ้านสระ-บ่อเบี้ย หมู่ที่ 4 บ้านสระใต้ ต.บ้านสระ. อ.เชียงม่วน จ.พะเยา จึงประสานไปยัง สภ.ปง รพ.เชียงม่วน กู้ภัยบ้านสระ กู้ภัยท่าฟ้า เทศบาลปง ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่ในชนบทห่างจากตัวอำเภอ ขณะเดินทางเข้าพื้นที่พบรถชาวบ้านช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บระหว่างทางจำนวน 11 ราย และมีอาการสาหัสหลายราย เสียชีวิต 2 ราย หน่วยกู้ชีพต้องรีบเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน บางรายต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ก่อนลำเลียงส่งร.พ.ปง อย่างเร่งด่วนเมื่อไปถึงแพทย์และพยาบาลต้องระดมช่วยเหลือ โดยมีญาติๆผู้บาดที่ทราบข่าวต่างเดินทางมายังโรงพยาบาลจำนวนมากและมีเสียงร้องระงมไปทั่ว ต่อมาแพทย์ส่งตัวผู้บาดเจ็บสาหัสไปรักษาต่อที่ร.พ.พะเยา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะโตโยต้า แดง เสียหลักตกถนนซึ่งเป็นไหล่เขาที่มีความลึกกว่า 7 เมตรลงไปอยู่ในสภาพพลิกตะแคงติดคาอยู่กับต้นไม้ บนถนนยังพบรอบเบรกเป็นทางยาว สาเหตุเบื้องต้นจึงคาดว่าอาจจะมาจากระบบเบรค ประกอบกับทางเป็นทางลงเขาลาดชันจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิยา พยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 3 ส.ค. 2561

กรมอุตุนิยมวิยา พยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 3 ส.ค. 2561 ทั่วไทยฝนลดลง ขณะที่ 5-8 ส.ค. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

วันที่ 3 ส.ค. 2561 กรมอุตุนิยมวิยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีแนวโน้มฝนลดลง โดยพื้นที่ที่มีฝนส่วนมากอยู่บริเวณตอนบนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และด้านตะวันตกของประเทศ สำหรับบริเวณทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5-8 ส.ค. 61 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม

จับนอมินีบริษัททัวร์จีน เบี้ยวเงินผู้ประกอบการเกาะสมุย

จับนอมินีบริษัทนำเที่ยวทัวร์จีน เบี้ยวเงินผู้ประกอบการเกาะสมุย สูญเงินไปกว่า 3 ล้านบาท เตรียมออกหมายจับเจ้าของบริษัทหลังหลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ร่วมกับ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับแถลงผลการจับกุมกรรมการบริษัทนำเที่ยวชื่อ โรแมนติก สมุย ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะสมุย โดยมีผู้ต้องหาคนไทยชื่อนายสมศักดิ์ บุรุษชาติ นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย ชาวจีน ถือวีซ่าเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นนักท่องเที่ยว เป็นนอมินีจดทะเบียนเปิดบริษัทนำเที่ยวให้กับนางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีน

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวกว่า 10 รายบนเกาะสมุย และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดนบริษัททัวร์จีนดังกล่าวเบี้ยวค่าจ้างและค่าบริการต่างๆ สูญเงินไปกว่า 3 ล้านบาท ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 4 ประจำพื้นที่เกาะสมุย ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเกาะสมุย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบ่อผุด และตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย

โดยลักษณะการทำทัวร์ของบริษัททัวร์จีนรายนี้ จะนำนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย ส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาทางสนามบินเกาะสมุยหรือสนามบินสุราษฎร์ธานี และจะว่าจ้างให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่เป็นผู้เสียหายรับหน้าที่ต่อ ซึ่งแต่ละ่ผู้ประกอบการจะเสียหายต่างกันค่าเดินทางกับเรือสปีดโบ๊ท ค่ารถขนส่ง ค่าทัวร์แบบซาฟารี ค่าร้านอาหาร และค่าโรงแรมที่พัก

แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินบริษัททัวร์จีนนี้ก็จะจ่ายเงินให้ไม่ครบตามจำนวน ผลัดผ่อนไปเรื่อยจนมียอดใหม่มาสูงเพิ่มขึ้นจนเต็มวงเงินที่จะให้ได้ แต่บริษัททัวร์จีนนี้ก็จะไปเปิดเครดิตกับบริษัทอื่นๆไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายไม่สามารถจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายได้ทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท

ต่อมากลุ่มผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ ทำให้นางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีนได้ไหวตัวเดินทางออกนอกประเทศไทย เหลือแต่เพียงผู้ต้องหา 3 คนที่เป็นกรรมการบริษัท แต่ทั้งหมดยังไม่ยอมรับสภาพหนีดังกล่าว จึงได้ร่วมตัวกันไปร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่รัฐให้ช่วยเร่งตรวจสอบบริษัททัวร์จีนนี้ที่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่านางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีนมีการเดินทางเข้าออกประเทศไทย แต่ภายหลังได้เบี้ยวค่าจ้างมาหลายบริษัทแล้วและมี การร้องเรียน ก็ไหวตัวเดินทางกลับเอาตัวรอดไปแล้วปล่อยให้กรรมการบริษัท 3 คนที่เป็นคนจีน 1 คน คนไทย 2 คนคอยดูแลบริษัทต่อ

แต่จากการสืบสวนพบว่าคนไทย 2 คนที่เป็นกรรมการบริษัทก่อนหน้านี้เป็นเพียงลูกจ้างได้ค่าจ้างเดือนละประมาณ1หมื่นบาท แต่ปีนี้มาจดทะเบียนเป็นเจ้าของกิจการมูลค่า 50 ล้าน หรือ 100 ล้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนไปถึงเส้นทางทางการเงิน และการเสียภาษี

สำหรับการหากินแบบนี้ในจังหวัดท่องเทียวสำคัญมีเยอะเช่นที่ภูเก็ต ซึ่งทางตำรวจท่องเที่ยว ถ้าปล่อยไปมาตรฐานความปลอดภัยจะล่มสลายหมด เราจึงจับมือกันกับประเทศเพื่อนบ้านให้สกัดกั้นขบวนการทำธุรกรรมแบบนี้ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย และนี้ถือเป็นเคสแรกที่เปลี่ยนจากทัวร์ศูนย์เหรียญมาจ้างคนไทยเป็นนอมินีเปิดบริษัททัวร์

ส่วนนายสมศักดิ์ บุรุษชาติ ผู้ต้องหาก็ให้การรับว่ารู้จักกับนางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของบริษัทชาวจีนมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 ถูกติดต่อว่าจ้างให้มาเป็นกรรมการบริษัท โรแมนติก สมุย จำกัด ตั้งแต่เดือนกุภาพันธ์ปีนี้ ได้ค่าจ้างเป็นค่าตำแหน่งเดือนละ 3 หมื่นบาท และจะมีเงินปันผลปลายปี

ที่ผ่านมาไ่ม่เคยคิดว่าจะมาเป็นนอมินีเปิดบริษัท รู้แต่เพียงว่าเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทโดยที่ไม่ต้องมีลงเงินลงทุนโ่ดยเป็นผู้บริหารมีเงินเดือนมีเงินปันผลปลายปีเท่านั้น ส่วนหนี้สินตนเองรับรู้แต่ไม่รู้จะใช้หนี้ยังไงเพราะเงินรายได้ของบริษัททุกบาทจะถูกโอนไปที่เจ้าของบริษัท ตนเองพยายามติดต่อไปหานางฉางเหยียน เหริน แล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา

ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายสมศักดิ์ บุรุษชาติ นายพัทธ์พล ราชบัณฑิต และนายหลิว เสี่ยวเฟย ผู้ต้องหาว่า รับจ้างเป็นนอมินีเปิดบริษัทนำเที่ยวกระทำแทนโดยผิดเงื่อนไข พร้อมออกหมายจับนางฉางเหยี่ยน เหริน เจ้าของชาวจีน เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ่อ ‘น้องหญิง’ ยื่นกองปราบ แจ้งข้อหาเพิ่ม ‘อ๊อฟ’ คนขับรถเทรลเลอร์

‘อัจฉริยะ’ พา พ่อ ‘น้องหญิง’ เข้ายื่นกองปราบ แจ้งข้อหาเพิ่ม ‘อ๊อฟ’ คนขับรถเทรลเลอร์ ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา

วันนี้(1 ส.ค.) ที่กองปราบปราม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมนายสุบิน ยาวิราช พ่อของผู้เสียชีวิต https://bbet88.comเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุรพล ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งนำหลักฐานภาพถ่ายจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาแสดงต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการตั้งใจฆ่าโดยเจตนา

ซึ่งข้อหาดังกล่าวจะแจ้งเพียงนายสุรพล คนเดียวเท่านั้น และหากผลตรวจจากสถาบันนิติเวช ชี้ว่า มีการล่วงละเมิดทางเพศน้องหญิง ก็จะร้องทุกข์ให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนนางสาวสิรินาถ รอบรัมย์ หรือ เป็ด และ นายท็อป แจ้งข้อหาสนับสนุนกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนผลตรวจอาวุธในที่เกิดเหตุ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

สำหรับข้อหาค้ามนุษย์เชื่อว่านางสาวสิรินาถ ทำเพียงคนเดียวไม่ได้มีเครือข่าย โดยลักษณะเป็นการตีสนิทล่อลวงหญิงสาวมาส่งให้กับลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นคนขับรถบรรทุกระยะไกล และในวันนี้ ตำรวจจะนำผลจากการลงพื้นที่ไปรายงานให้พลตำรวจเอกศรีวราห์ รับทราบด้านบิดาของน้องหญิง กล่าวว่า รู้สึกพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนี้หากคดีคลี่คลายจะนำร่างของน้องหญิงไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป